บทความล่าสุด

ใบมะรุมบ้านแม่ : มะรุม ต้นไม้มหัศจรรย์ ( ตอนที่ 3 )

ใบมะรุมบ้านแม่ : มะรุม ต้นไม้มหัศจรรย์ ( ตอนที่ 3 )

ประโยชน์ของส่วนต่างๆของต้นมะรุม

ฝักมะรุม

ฝักมะรุมจะนิยมนำไปปรุงอาหารได้หลายประเภท ทั้งแกงฝักมะรุมและผัดฝักมะรุม มะรุมที่ฝักอ่อนมากๆ ฝักมะรุมขณะที่เปลือกยังไม่แข็งจะมีรสชาติคล้ายถั่งฝักยาว นำฝักมะรุมมาประกอบอาหารได้เช่นเดียวกับถั่วฝักยาว ฝักมะรุมกลางอ่อนกลางแก่ เวลานำฝักมะรุมมาปรุงอาหารเรามักจะปอกเปลือกฝักมะรุมก่อน คุณสุภา? บุบผาชื่น ค้นพบว่า ถ้านำเอาเปลือกฝักมะรุมมาต้มกับเม็ดเก๋ากี้และฮ้วยซัวจะช่วยให้น้ำแกงมีรสอร่อย มีคุณค่าทางอาหารดีเยี่ยมและได้ไวตามินครบถ้วน

เมล็ดมะรุมแก่

เมล็ดมะรุมก็เช่นเดียวกับใบมะรุม? ใบมะรุมบรรจุแคปซูล ใบมะรุมตากแห้ง คือมีคุณค่ามหาศาล ทานเมล็ดมะรุมเพียงวันละ 1 เมล็ดก่อนนอน จะช่วยให้การขับถ่ายในตอนเช้าเป็นไปอย่างสม่ำเสมอ เมื่อการขับถ่ายกลับเป็นปรกติแล้ว ขอแนะนำว่าควรงดการรับประทานเมล็ดมะรุม เพราะเมล็ดมะรุมเป็นยาปฏิชีวนะอย่างอ่อน อาจจะทำให้การรักษาไม่ได้ผลเท่าที่ควร ถ้าใช้ติดต่อกันเป็นเวลายาวนาน และหากว่าในการเดินทางไปในที่ต่างๆ ไม่แน่ใจเรื่องความสะอาดของห้องน้ำและอาหาร ให้เคี้ยวเมล็ดมะรุมควบไปด้วย จะช่วยป้องกันโรคท้องเดินได้ หรือประโยชน์อีกมากมายดังจะกล่าวถึงในบทความถัดไป

เปลือกจากลำต้นของมะรุม

นำเปลือกจากลำต้นมะรุมมาสับเป็นชิ้นเล็กๆ รวมกับเปลือกต้นปีบ ถ้าไม่สามารถหาเปลือกต้นปีบ ก็ใช้เปลือกจากลำต้นมะรุมอย่างเดียวได้ นำเปลือกจากลำต้นมะรุมมาห่อในผ้าขาวบางทำเป็นลูกประคบ นึ่งให้ร้อนแล้วนำมาประคบแก้โรคปวดหลังหรือปวดขาได้เป็นอย่างดี ร้านขายเครื่องยาจีนส่วนใหญ่ จะนำเปลือกจากลำต้นมะรุมมาเข้าเครื่องยารักษาโรคด้วยมะรุมได้หลายชนิด

ดอกมะรุม

ต้องรับประทานดอกมะรุมสุกเท่านั้น ใช้ดอกมะรุมต้มทำน้ำชาดอกมะรุม กลิ่นชาที่หอมหวานจะช่วยให้นอนหลับสบาย นอกจากนั้นยังนำดอกมะรุมมาชุบไข่ทอดหรือทำแกงส้มได้ ไม่ควรรับประทานดอกมะรุมมาก จะทำให้ท้องเสีย

แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus)กับส่วนประกอบสำคัญ :มะขามป้อม ( Emblic Extract ) ตอนที่ 1

มะขามป้อม ( Emblic Extract)

ความรู้เรื่องมะขามป้อม ( Emblic Extract )

วันนี้เรามารู้จักส่วนประกอบที่สำคัญที่ผสมอยู่ใน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.) ของเรากันต่อครับ นั่นคือ มะขามป้อม ( Emblic Extract ) สารที่สกัดจากมะขามป้อม ( Emblic Extract ) จะอุดมด้วยวิตามินซี สูงมาก ช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ด้วยคุณสมบัติดังกล่าวเราจึงนำมาเป็นส่วนผสมใน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.) มีบทบาทในการลดความอ้วน การควบคุมน้ำหนัก และยังช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเสริมสร้างผิวให้แข็งแรง ต่อต้านริ้วรอย มะขามป้อมเป็นสมุนไพรที่มีมาตั้งแต่สมัยพุทธกาล เป็นผลไม้ที่จัดเป็นโอสถในตัว พระภิกษุสามารถเก็บไว้ฉันได้แม้ในยามวิกาล ในแอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.) มีมะขามป้อม ( Emblic [...Click title to read more detail...]

แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus)กับส่วนประกอบสำคัญ :CLA. ( Conjugated Linoleic Acid ) ตอนที่ 2

เนื้อ

นม

ไข่

แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus)กับส่วนประกอบสำคัญ :CLA. ( Conjugated Linoleic? Acid ) ตอนที่ 2

วันนี้เรามารู้จักส่วนประกอบที่สำคัญที่ผสมอยู่ใน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.) ของเรากันต่อครับ กลไกการทำงานของ CLA.

กลไกการทำงานของ CLA ที่มีผลต่อร่างกาย

ผลของ CLA ที่มีผลต่อร่างกายมนุษย์ไม่มีทฤษฎีพิสูจน์ที่แน่นอน แต่มีการเสนอทฤษฎีการออกฤทธิ์ของ CLA โดยใช้ผลอ้างอิงจากการทดลองทางวิทยาศาสตร์ ซึ่งอธิบายได้ดังนี้

1.มีผลต่อโครงสร้างและหน้าที่ของผนังเซลล์ในร่างกาย CLA เป็นองค์ประกอบของผนังเซลล์ ส่งผลต่อหน้าที่ของผนังเซลล์ ส่งผลต่อหน้าที่ของผนังเซลล์โดยอาจมีผลต่อเนื่องไปถึงการตอบสนอง ของเอ็นไซม์และฮอร์โมน การแทรกผ่านของสารเข้าสู่เซลล์การเคลื่อนไหวของผนังเซลล์ รวมทั้งผลต่อจำนวนหน้าที่ของ receptor ที่ทำหน้าที่ควบคุมการทำงานของเซลล์

2.มีผลต่อกระบวนการการเปลี่ยนแปลงของสาร eicosanoids ,arachidonic และ prostaglandin ในการทดลองในสัตว์ทดลองพบว่า CLA สามารถลดการสร้าง PGE2 ( สาร ?prostaglandin ชนิดหนึ่ง ) ซึ่งเป็นสารที่เร่งการทำลายโปรตีนของกล้ามเนื้อลาย? [...Click title to read more detail...]

แจ้งเลขส่งพัสดุ

ลูกค้าสามารถนำเลขส่งพัสดุไปตรวจสอบสอบสถานะการจัดส่งได้นะครับ

ใบมะรุมแคปซูลบ้านแม่ : มะรุม ต้นไม้มหัศจรรย์ ( ตอนที่ 2 )

ใบมะรุมแคปซูลบ้านแม่ : มะรุม ต้นไม้มหัศจรรย์? ( ตอนที่ 2 )

ประโยชน์จากส่วนต่างๆ ของต้นมะรุม

ใบมะรุมสด

เพื่อให้ได้ประโยชน์เต็มที่จากใบมะรุม ควรรับประทานใบมะรุมสดที่ไม่แก่หรืออ่อนเกินไป? การใช้ใบมะรุมสดปรุงอาหารต่างๆ สามารถทำได้ตามความต้องการและความถนัดเนื่องจากใบมะรุมมีธาตุเหล็กสูง ฉะนั้นจึงไม่ควรให้ทารกในวัยเจริญเติบโตถึง 2 ขวบ รับประทานใบมะรุมในปริมาณที่มากเกินไป ใบมะรุมสดก็เหมือนผักใบเขียวทุกชนิด ไม่ควรรับประทานเป็นจำนวนมาก เพราะจัดเป็นยาถ่ายประเภทหนึ่ง เมื่อเริ่มรับประทานใบมะรุม บางท่านอาจจะมีอาการท้องเสีย? อาการต่างๆ มิได้เกิดขึ้นกับทุกคน เข้าใจว่าเป็นไปตามสภาพร่างกายของแต่ละคน ใบมะรุมสดเปล่าๆ จะมีรสเผ็ด แต่เมื่อรับประทานกับข้าวหรือแซนด์วิสจะไม่รู้สึกเผ็ดเลย

จากหนังสืออ้างอิงของ ดร.ฟุคเล่ย กล่าวว่า ถ้าคั้นน้ำใบมะรุมสดดื่มวันละ 1 ช้อนโต๊ะ จะสามารถรักษาอาการของโรคเบาหวานได้ ควบคุมความดันโลหิตสูงได้ด้วย การรับประทานใบมะรุมสดสำหรับเด็กเล็ก ที่เริ่มรับประทานอาหารได้จนถึงอายุ 3-4 ขวบ ควรใส่ใบมะรุมเพียงเล็กน้อย ถ้าคั้นเป็นน้ำควรใส่เพียงวันละ 1-2 หยด ผสมอาหารหรือเครื่องดื่มยกเว้นเด็กที่เป็นโรคขาดสารอาหารอย่างรุนแรง จึงควรเพิ่มขนาดตามสมควร จากนั้นจึงค่อยเพิ่มปริมาณทีละน้อยๆ ตามอายุและความเหมาะสมไม่ควรให้เกินขนาด เพราะสำหรับเด็กในวัยเจริญเติบโต การให้ธาตุเหล็กเกินขนาดกลับจะให้โทษมากกว่าคุณ วัยรุ่นและผู้ใหญ่ ทานใบมะรุมวันละ 1-3 กิ่ง รับประทานใบมะรุมสด [...Click title to read more detail...]