<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?><rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
		>
<channel>
	<title>Comments on: ดัชนีมวลกาย Body Mass Index (BMI)</title>
	<atom:link href="http://www.slimlifeproduct.com/article/%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2-body-mass-index-bmi/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.slimlifeproduct.com/article/%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2-body-mass-index-bmi/</link>
	<description>ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสกัดจากธรรมชาติ</description>
	<lastBuildDate>Tue, 08 Jun 2010 01:43:03 +0700</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.4</generator>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
		<item>
		<title>By: โจ</title>
		<link>http://www.slimlifeproduct.com/article/%e0%b8%94%e0%b8%b1%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%b5%e0%b8%a1%e0%b8%a7%e0%b8%a5%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a2-body-mass-index-bmi/comment-page-1/#comment-124</link>
		<dc:creator>โจ</dc:creator>
		<pubDate>Mon, 01 Mar 2010 03:53:45 +0000</pubDate>
		<guid isPermaLink="false">http://www.slimlifeproduct.com/?p=738#comment-124</guid>
		<description>สวัสดีครับ หลังจากที่เราได้ทราบวิธีการหาค่า ดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) ค่า ดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) มีความสำคัญอย่างไรกันแล้ว หลายท่านคงหายสงสัยว่าตัวเรามีรูปร่างอย่างไร อ้วนไป ผอมไป หรือมีรูปร่างที่สมส่วนอยู่แล้ว ดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) จะเป็นตัวบอกท่านครับ ไม่ทราบว่าท่านใดได้ทดลองการคำนวณหาค่า BMI หาได้จากการคำนวณจากสูตรดังนี้ บ้างครับ

 Body Mass Index (BMI) คือ  ดัชนีมวลกาย =  น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) /  ส่วนสูง (เมตร) 2

 การคำนวณหาค่า  BMI นั้นเป้าหมายเพื่อวัดความอ้วน ประเมิณหาไขมันส่วนเกินในร่างกาย หาความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ เป็นต้น ถ้าค่าคำนวณได้มากหรือน้อยเกินไป ก็จะบ่งบอกถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เช่น อ้วนเกินไปจะมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจขาดเลือด  โรคนิ่วในถุงน้ำดี หากผอมเกินไปจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อง่าย ประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายก็ลดลง ดังนั้นจึงควรรักษาระดับน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ BMI หรือ ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index)  เป็นวิธีหนึ่งของการประเมินปริมาณไขมันในร่างกายที่นิยมใช้กันทั่วไป เพื่อประเมินภาวะอ้วน หรือผอมในบุคคลอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป โดยใช้สมการ  

 Body Mass Index (BMI) คือ ดัชนีมวลกาย =  น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) /  ส่วนสูง (เมตร) 2

    หลังจากได้ค่าแล้วนำค่าที่ได้มาเปรียบเทียบกับค่าที่กำหนดไว้ ดังนี้

    * น้อยกว่า 18.5  = ผอม
    * ระหว่าง 18.5 -24.9 = สมส่วน
    * ระหว่าง 25-29.9 = น้ำหนักเกิน
    * มากกว่า 30   = อ้วน
    * มากกว่า 40  = อ้วนอันตราย
 เท่านี้ท่านก็จะทราบแล้วว่ารูปร่างของท่านเป็นอย่างไร นอกจากนี้ค่า BMI. ยังเป็นตัวกำหนดปริมาณการทาน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.)ต่อวันได้อีกด้วย 
    * น้อยกว่า 18.5  = ผอม         ไม่ต้องทาน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.)
    * ระหว่าง 18.5 -24.9 = สมส่วน   ไม่ต้องทาน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.)
    * ระหว่าง 25-29.9 = น้ำหนักเกิน     ต้องทาน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.), 2-3 Caps. / Day
    * มากกว่า 30   = อ้วน            ต้องทาน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.), 3-4 Caps. / Day
    * มากกว่า 40  = อ้วนอันตราย        ต้องทาน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.), 4-6 Caps. / Day
หมายเหตุ  ปริมาณการรับประทาน อาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับ สภาพร่างกายของแต่ละคน ควรทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ทานน้ำมากๆ และควรออกกำลังกายร่วมด้วย จะให้ผลที่เร็วขึ้น</description>
		<content:encoded><![CDATA[<p>สวัสดีครับ หลังจากที่เราได้ทราบวิธีการหาค่า ดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) ค่า ดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) มีความสำคัญอย่างไรกันแล้ว หลายท่านคงหายสงสัยว่าตัวเรามีรูปร่างอย่างไร อ้วนไป ผอมไป หรือมีรูปร่างที่สมส่วนอยู่แล้ว ดัชนีมวลกาย หรือ Body Mass Index (BMI) จะเป็นตัวบอกท่านครับ ไม่ทราบว่าท่านใดได้ทดลองการคำนวณหาค่า BMI หาได้จากการคำนวณจากสูตรดังนี้ บ้างครับ</p>
<p> Body Mass Index (BMI) คือ  ดัชนีมวลกาย =  น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) /  ส่วนสูง (เมตร) 2</p>
<p> การคำนวณหาค่า  BMI นั้นเป้าหมายเพื่อวัดความอ้วน ประเมิณหาไขมันส่วนเกินในร่างกาย หาความเสี่ยงในการเป็นโรคต่างๆ เป็นต้น ถ้าค่าคำนวณได้มากหรือน้อยเกินไป ก็จะบ่งบอกถึงความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ เช่น อ้วนเกินไปจะมีภาวะเสี่ยงต่อการเป็นโรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจขาดเลือด  โรคนิ่วในถุงน้ำดี หากผอมเกินไปจะเสี่ยงต่อการติดเชื้อง่าย ประสิทธิภาพในการทำงานของร่างกายก็ลดลง ดังนั้นจึงควรรักษาระดับน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ที่ปกติ BMI หรือ ดัชนีมวลกาย (Body Mass Index)  เป็นวิธีหนึ่งของการประเมินปริมาณไขมันในร่างกายที่นิยมใช้กันทั่วไป เพื่อประเมินภาวะอ้วน หรือผอมในบุคคลอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป โดยใช้สมการ  </p>
<p> Body Mass Index (BMI) คือ ดัชนีมวลกาย =  น้ำหนักตัว (กิโลกรัม) /  ส่วนสูง (เมตร) 2</p>
<p>    หลังจากได้ค่าแล้วนำค่าที่ได้มาเปรียบเทียบกับค่าที่กำหนดไว้ ดังนี้</p>
<p>    * น้อยกว่า 18.5  = ผอม<br />
    * ระหว่าง 18.5 -24.9 = สมส่วน<br />
    * ระหว่าง 25-29.9 = น้ำหนักเกิน<br />
    * มากกว่า 30   = อ้วน<br />
    * มากกว่า 40  = อ้วนอันตราย<br />
 เท่านี้ท่านก็จะทราบแล้วว่ารูปร่างของท่านเป็นอย่างไร นอกจากนี้ค่า BMI. ยังเป็นตัวกำหนดปริมาณการทาน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.)ต่อวันได้อีกด้วย<br />
    * น้อยกว่า 18.5  = ผอม         ไม่ต้องทาน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.)<br />
    * ระหว่าง 18.5 -24.9 = สมส่วน   ไม่ต้องทาน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.)<br />
    * ระหว่าง 25-29.9 = น้ำหนักเกิน     ต้องทาน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.), 2-3 Caps. / Day<br />
    * มากกว่า 30   = อ้วน            ต้องทาน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.), 3-4 Caps. / Day<br />
    * มากกว่า 40  = อ้วนอันตราย        ต้องทาน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus 500 mg.), 4-6 Caps. / Day<br />
หมายเหตุ  ปริมาณการรับประทาน อาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับ สภาพร่างกายของแต่ละคน ควรทานอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ ทานน้ำมากๆ และควรออกกำลังกายร่วมด้วย จะให้ผลที่เร็วขึ้น</p>
]]></content:encoded>
	</item>
</channel>
</rss>
