ความรู้เรื่องโครเมียม Chromium (ตอนที่ 3)
เแหล่งที่พบโครเมียม
แหล่งที่พบโครเมียมมากที่สุด คือ ในยีสต์ (Brewer,s yeast) นอกจากนั้นก็ยังพบในเมล็ดธัญพืช และซีเรียล ซึ่งปกติจะถูกทำลายไปในกระบวนการผลิต?? เบียร์บางยี่ห้อก็อาจมีโครเมียมในปริมาณมาก
ใครที่ขาดโครเมียม
เนื่องจากคนทั่วไปได้รับ โครเมียม ในปรมาณที่ต่ำกว่าที่? US? RDA ได้แนะนำไว้คือ 50 -200 ไมโครกรัมต่อวัน และ ปริมาณ 35% ของโครเมียม ในอาหารที่ถูกดูดซึมในร่างกาย คนทั่วไปควรได้รับอาหารเสริมการรับประทานอาหารประเภทน้ำตาล และอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตในปริมาณสูง ก็อาจจะทำให้เกิดการขาดโครเมียม และเร่งให้เกิดเหวานได้ พบว่า คนในกลุ่มผู้สูงอายุ นักกีฬา และหญิงมีครรภ์ เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการขาด โครเมียมมากที่สุดเมื่อร่างกายขาด? โครเมียมจะมีอาการต่อไปนี้ คือ? มีการเปลี่ยนแปลงระบบเผาผลาญคาร์โบไฮเดรต? เช่น impaired? glucose tolerance? ,glycosuria, อาการระดับน้ำตาลสูงเมื่ออดอาหาร fasting hyperglycemia, ระดับอินซูสูงขึ้นและการทำงานของอินซูลินลดลง (ซึ่งเหล่านี้ล้วนอาการเริ่มต้นของโรคเบาหวาน)
ขนาดที่แนะนำ [...Click title to read more detail...]
ความรู้เรื่องโครเมียม Chromium (ตอนที่ 2)
เแหล่งที่พบโครเมียม
นอกจากจะเป็นส่วนผสมใน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus) แหล่งที่พบโครเมียม(Chromium)มากที่สุด คือ ในยีสต์ (Brewer,s yeast) นอกจากนั้นก็ยังพบในเมล็ดธัญพืช และซีเรียล ซึ่งปกติจะถูกทำลายไปในกระบวนการผลิตเนื่องจากความร้อน ? เบียร์บางยี่ห้อก็อาจมีโครเมียมในปริมาณมาก
ธัญพืช ผักและผลไม้
ใครที่ขาดโครเมียม
เนื่องจากคนทั่วไปจะได้รับ โครเมียม(Chromium) ในปริมาณที่ต่ำกว่าที่? US? RDA ได้แนะนำไว้คือ 50 -200 ไมโครกรัมต่อวัน และ ปริมาณ 35% ของโครเมียม (Chromium) ในอาหารที่ถูกดูดซึมในร่างกาย คนทั่วไปควรได้รับอาหารเสริมที่มีโครเมียม(Chromium)ผสมอยู่ เช่น แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus) การรับประทานอาหารประเภทน้ำตาล และอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตในปริมาณสูง ก็อาจจะทำให้เกิดการขาดโครเมียม(Chromium) และเร่งให้เกิดเบาหวานได้ จากการศึกษาพบว่า คนในกลุ่มผู้สูงอายุ นักกีฬา และหญิงมีครรภ์ เป็นกลุ่มที่เสี่ยงต่อการขาด [...Click title to read more detail...]
ความรู้เรื่องโครเมียม (Chromium)
โครเมียม (Chromium) เป็นส่วนประกอบสำคัญที่ผสมอยู่ใน แอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus) มีบทบาทช่วยลดความอยากอาหาร ป้องกันไม่ให้น้ำตาลเปลี่ยนเป็นไขมัน อีกทั้งช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือด ลดระดับไขมัน LDL ลดการสร้างไขมันใหม่ และสลายไขมันเก่าให้กลายเป็นกล้ามเนื้อ ทำให้รูปร่างของเรากระชับ ไร้ไขมันส่วนเกิน Chromium AAC มีโมเลกุลขนาดเล็กมาก สามารถดูดซึมผ่านลำไส้ได้โดยทันที โดยไม่ต้องผ่านการย่อย ทำให้เพิ่มขีดความสามารถ ในการดูดซึมของแร่ธาตุโครเมี่ยมให้สูงยิ่งกว่าโครเมี่ยมชนิดอื่นๆ ปราศจากผลข้างเคียง ถึงแม้จะรับประทานมาเป็นเวลานาน สามารถพบโครเมี่ยมในบรูเออร์ยีสต์ ( Brewer ’s yeast)
เมล็ดธัญพืช
ข้าว เมล็ดธัญพืชต่างๆ ซีเรียล เนยแข็ง และตับ
โครเมียมทำหน้าที่อะไร
ตอนนี้เรามาดูกันว่าเมื่อนำโครเมียม (Chromium) มาเป็นส่วนประกอบในแอลคาร์นิทีนพลัส ( L-Carnitine Plus) ทำหน้าที่อะไร โครเมียม (Chromium) เป็นแร่ธาตุที่มีความจำเป็นต่อร่างกายเพื่อให้ร่างกายเจริญเติบโต และมีสุขภาพที่ดี มันมีความจำเป็นต่อกระบวนการแตกของโมเลกุลของโปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรต? รองจากแคลเซียม แล้วโครเมียมเป็นแร่ธาตุที่ได้รับความนิยมมากสำหรับคนอเมริกัน จะรับประทานเป็นประจำ และยังเป็นแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ โครเมียมในปริมาณ [...Click title to read more detail...]
ประโยชน์ที่ได้รับจากสาร แอล-คาร์นิทีน
1. ช่วยเร่งการเผาผลาญไขมัน
2.ลดความอ้วนและไขมันส่วนเกิน
3.ดักจับไขมันสัตว์ คาร์โบไฮเดรตและแป้ง
4.คาร์นิทีนทำให้ระดับไตรกรีเซอร์ไรด์ (triglycerides) อยู่ในระดับต่ำ
5.ป้องกันโรคหัวใจ และช่วยป้องกันการเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว
6.ช่วยให้ความสามารถในการออกกำลังกายเพิ่มขึ้น มีความทนทานมากขึ้น
7.ทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น
8.ป้องกันโรคอัลไซเมอร์
9.มีผลต่อสุขภาพจิตในทางบวกและลดภาวะความเครียด
10.ช่วยในการทำงานของตับ ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพโดยรวมของคนเรา
ความรู้เรื่องแอลคาร์นิทีน? ( L-Carnitine )
แอลคาร์นิทีนเป็นกรดะมิโนชนิดหนึ่งซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานของโปรตีนปกติกของร่างกายจะสร้าง L-Carnitine ที่ตับและไต? ทำหน้าที่ช่วยให้เกิดการนำไขมันไปเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงาน โดยอาศัยวัตถุจากเนื้อสัตว์ต่างๆ จากนั้นจะถูกเก็บสะสมไว้ที่กล้ามเนื้อลายหรือกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ในร่างกาย และกล้ามเนื้อหัวใจเป็นหลัก ดังนั้น หากร่างกายขาดสาร Carnitine? หรือมีไม่เพียงพอที่จะเป็นตัวพาไขมันไปเผาผลาญแล้ว ไขมันจะเกิดการสะสมส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น ความอ้วน และการสะสมไขมันตามหลอดเลือด ซึ่งอาจจะส่งผลต่อความยืดหยุ่นของหลอดเลือด และนำมาซึ่งปัญหาไขมันในเลือดสูงและมีความดันโลหิตสูงตามมาได้? นอกจากนี้ ยังอาจจะมีอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อแขนขา อ่อนเพลีย ซึมและเหนื่อยง่าย
การทำงานของแอล-คาร์นิทีนในร่างกาย
จะเกี่ยวข้องกับการทำงานระดับเซลล์ โดยทำหน้าที่เป็นโปรตีนตัวพา ซึ่งมีหน้าที่เป็นตัวพาไขมันอิสระส่งต่อผ่านเยื้อหุ้มชั้นนอกของ ?MITOCHONDRIA และบริเวณผิวด้านนอกของเยื้อหุ้มชั้นใน MITOCHONDRIA? นี้จะเกิดปฎิกริยาเผาผลาญกรดไขมันเป็นพลังงาน เพื่อนำพลังงานนี้ไปใช้ประโยชน์กับเซลล์? หรืออวัยวะต่างๆ ดังนั้นหากร่างกายขาด แอล-คาร์นิทีน ก็อาจจะส่งผลให้ขบวนการผาผลาญไขมันให้กลายเป็นพลังงานเกิดความบกพร่อง ทำให้ไขมันสะสมอยู่ตามอวัยวะต่างๆ และอาจจะเกิดภาวะไขมันอุดตันและโรคอ้วนได้
คุณประโยชน์ของแอล-คาร์นิทีน
-ลดอัตราการเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจ? ที่เกิดจากภาวะการอุดตันของไขมัน และคอเลสเตอรอล
-ใช้ลดความอ้วน
-ลดภาวะเปลี้ย FATIGUE? และกล้ามเนื้ออ่อนเพลีย MUSCLE WEAKNESS
-ลดต่อความเสี่ยงต่อภาวะตับแข็งที่มีสาเหตุมาจาการสะสมของไขมันในตับมากเกินไปหรือผู้ทื่ดื่มแอลกอฮอร์จัด
-ช่วยเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ทำหน้าที่อย่างมีประสิทธิภาพ
-ให้พลังงานแก่ร่างกาย? โดยเฉพาะนักกีฬา
Comments